คราบพลัค (Plaque) คือฟิล์มบาง ๆ ที่เกิดจากแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งเกาะตามผิวฟัน เหงือก และซอกฟัน หากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี คราบเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก และเสี่ยงต่อฟันผุได้ในระยะยาว
ที่ The Smile Bar Bangkok เราเชื่อว่า “ฟันขาว เริ่มจากฟันสะอาดปราศจากคราบพลัค” คลินิกของเราใช้เทคโนโลยีฟอกสีฟันจากยุโรป ที่ออกแบบมาเพื่อให้การดูแลฟันเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย ไม่แสบ ไม่เสียว พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และเน้นให้ความรู้เรื่องการป้องกันและกำจัดคราบบนผิวฟัน เพื่อให้ทุกคนมีรอยยิ้มที่ขาว สะอาด และมั่นใจอยู่เสมอ
คราบพลัค คืออะไร
คราบพลัคมักติดอยู่ตามซอกฟัน ร่องเหงือก หากดูแลไม่ดีอาจสะสมเป็นหินปูนได้
นิยามของคราบพลัค
“คราบพลัค” คือแผ่นฟิล์มใส ๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของแบคทีเรีย น้ำลาย และเศษอาหารในช่องปาก ถึงแม้จะมองไม่เห็นชัดด้วยตาเปล่า แต่คราบเหล่านี้จะเริ่มก่อตัวทันทีหลังการรับประทานอาหาร เมื่อเรารับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล แบคทีเรียในช่องปากจะย่อยสลายน้ำตาลเหล่านี้และสร้างกรดขึ้นมา ซึ่งกรดเหล่านี้จะไปทำลายเคลือบฟันและนำไปสู่ปัญหาฟันผุในที่สุด นอกจากนี้ คราบเหล่านี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเหงือกอักเสบ (gingivitis) และหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจนำไปสู่โรคปริทันต์อักเสบ (periodontitis) ซึ่งเป็นภาวะที่ร้ายแรงกว่า และอาจทำให้สูญเสียฟันได้ในที่สุด
ความสำคัญของการทำความสะอาดช่องปากและฟัน
การทำความสะอาดคราบบนผิวฟันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพช่องปากที่ดี เนื่องจากคราบเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ในช่องปาก หากเราไม่กำจัดคราบออกไปอย่างสม่ำเสมอ แบคทีเรียเหล่านี้จะปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน ทำให้เกิดฟันผุ นอกจากนี้ คราบเหล่านี้ยังเป็นสาเหตุหลักของเหงือกอักเสบ ซึ่งมีอาการบวม แดง และมีเลือดออกขณะแปรงฟัน หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ปัญหาเหงือกร่น ฟันโยก และอาจสูญเสียฟันได้ ดังนั้น การแปรงฟันอย่างถูกวิธี และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกำจัดคราบบนผิวฟัน
- ช่วยป้องกันการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
- ช่วยลดกลิ่นปาก
- ช่วยให้ฟันขาวสะอาดและดูสุขภาพดี
ความแตกต่างระหว่าง คราบหินปูน vs คราบพลัคคืออะไร
หลายคนอาจยังคงสับสนอยู่ระหว่างคราบพลัคและหินปูน คราบพลัคเป็นฟิล์มเหนียว ๆ ที่เกาะอยู่บนผิวฟัน ซึ่งสามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ในขณะที่หินปูนคือคราบที่แข็งตัวแล้ว
โดยปกติหินปูนจะมีสีเหลืองหรือน้ำตาล และจะเกาะแน่นบนผิวฟัน การกำจัดนั้นจำเป็นต้องได้รับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์ที่เท่านั้น การปล่อยให้สะสมไว้จะทำให้เกิดปัญหาเหงือกอักเสบและโรคปริทนต์ได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การไปพบทันตแพทย์ที่คลิกนิกทันตกรรมทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
คราบพลัค vs คราบหินปูน:
- คราบพลัค: นิ่ม ขจัดออกได้ด้วยการแปรงฟัน
- คราบหินปูน: แข็งตัวจากคราบต่าง ๆ บนผิวฟัน ต้องใช้การขูดหินปูน (Scaling) โดยทันตแพทย์เท่านั้น
ปัญหาคราบพลัคคืออะไร เกิดจากอะไร
การแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาทีช่วยลดปัญหาคราบพลัคสะสม
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคราบเหล่านี้
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคราบบนผิวฟันคือการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก แบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีเมื่อได้รับอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้ง แบคทีเรียจะเปลี่ยนน้ำตาลและแป้งเหล่านี้ให้เป็นกรด ซึ่งจะทำลายเคลือบฟันและนำไปสู่ฟันผุ นอกจากนี้ แบคทีเรียยังรวมตัวกันสร้างเป็นฟิล์มเหนียวที่เกาะอยู่บนผิวฟัน หากเราไม่กำจัดออกไปอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจจะไปสะสมหนาขึ้นและกลายเป็นคราบฝังลึกบนผิวฟัน ซึ่งยากต่อการกำจัดด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว และต้องได้รับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์
ปัจจัยเสริมที่ส่งผลต่อการเกิดปัญหา
นอกจากแบคทีเรียและอาหารแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดคราบเหล่านี้ด้วย เช่น
- สุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดี เช่น การแปรงฟันไม่สะอาด หรือการไม่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
- การมีฟันซ้อนเก ฟันปลอมที่ไม่พอดีกับช่องปาก
- การใช้ยาบางชนิดที่ลดการผลิตน้ำลายในช่องปาก
- การสูบบุหรี่ และการบริโภคกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสีเข้มเป็นประจำ
ปัจจัยเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดคราบได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการสะสมของคราบ และการเกิดปัญหาฟันผุ และเหงือกอักเสบ
บทบาทของอาหารต่อสุขอนามัยในช่องปาก
อาหารและสุขอนามัยในช่องปากมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการก่อตัวของคราบ การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
- การแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- การใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อกำจัดคราบและเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน
การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์หรือสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ก็สามารถช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปากได้อีกด้วย นอกจากนี้การไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันปัญหาปริทนต์และปัญหาเหงือกร่นได้
การดูแลรักษา แนะนำโดย dental clinic
การแปรงฟันที่ถูกต้องช่วยขจัดคราบพลัคได้
วิธีการทำความสะอาดฟันที่ถูกต้อง
วิธีการทำความสะอาดฟันที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการสะสมของคราบ มีขั้นตอนสำคัญที่เราควรใส่ใจดังนี้
- เริ่มต้นด้วยการเลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่มและขนาดเหมาะสมกับช่องปาก แปรงฟันอย่างถูกต้อง และใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ แปรงให้ทั่วทุกซี่ฟัน โดยเน้นบริเวณที่คราบสะสมได้ง่าย เช่น บริเวณคอฟัน และซอกฟัน
- ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ซึ่งแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
นอกจากนี้การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์หรือสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปาก และป้องกันการเกิดฟันผุ และเหงือกอักเสบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คลินิกทันตกรรมป้องกันคราบพลัคอย่างไร
คลินิกทันตกรรมมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษาปัญหาคราบพลัค โดยทันตแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด เพื่อประเมินสภาพฟันและเหงือก หากพบคราบสะสม ทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูน เพื่อกำจัดคราบต่าง ๆ ที่แข็งตัวออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้รับบริการต้องการฟอกสีฟันให้ดูสว่างขึ้น สิ่งสำคัญคือการดูแลคราบบนผิวฟันให้สะอาดหมดจด เพราะคราบพลัคและหินปูนคือสิ่งที่บดบังความขาวของฟัน
หากต้องการฟันที่ขาว สะอาด และปลอดภัย The Smile Bar Bangkok พร้อมให้บริการฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานยุโรป ช่วยให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในเวลาเพียงไม่กี่นาที
พร้อมคืนความมั่นใจให้กับรอยยิ้มของคุณตั้งแต่วันนี้
👉 จองบริการฟอกสีฟันที่ The Smile Bar
เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการรักษา
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการรักษา และป้องกันโรคในช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เครื่องขูดหินปูนด้วยคลื่นเสียง (ultrasonic scaler) สามารถกำจัดคราบต่าง ๆ บนผิวฟันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายผิวฟัน การใช้เลเซอร์ (laser) ในการรักษาโรคเหงือกอักเสบ ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการหายของแผล นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เช่น ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ หรือสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบ และป้องกันฟันผุ การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ร่วมกับการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง จะช่วยให้เรามีสุขภาพช่องปากที่ดี และมีรอยยิ้มที่สดใสไปนาน ๆ
การขูดหินปูนและการขจัดคราบพลัคช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นได้
สรุป คราบพลัคคืออะไร แก้ไขได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
ปัญหาคราบบนผิวฟันอาจฟังดูเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่เป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ในช่องปาก เนื่องจากคราบเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดจากฟิล์มเหนียว ๆ เกาะอยู่บนผิวฟัน ซึ่งสามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน หากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาจส่งผลเสียระยะยาวต่อสุขภาพช่องปากได้ วิธีแก้ไขคือการดูแลฟันให้สะอาดและการพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหาเหล่านี้
…เพราะฟันสะอาดคือพื้นฐานของฟันขาว
การกำจัดคราบพลัคและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอคือขั้นตอนสำคัญก่อนจะเข้าสู่กระบวนการฟอกสีฟัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ขาวใสและยาวนานยิ่งขึ้น ที่ The Smile Bar Bangkok เราเชื่อว่ารอยยิ้มที่สวยเริ่มจากพื้นฐานของฟันที่สะอาดและสุขภาพดี
ปลดล็อกรอยยิ้มขาวใสของคุณได้แล้ววันนี้
👉 จองคิวฟอกสีฟันกับ The Smile Bar
คำถามที่พบบ่อย
คราบพลัคเกิดจากอะไร
- คราบพลัค (Dental Plaque) คือ แผ่นฟิล์มเหนียวใสที่ไม่มีสี ซึ่งประกอบด้วยแบคทีเรียหลายร้อยชนิด น้ำลาย และเศษอาหารที่เกาะตัวอยู่บนผิวฟันตามขอบเหงือกและซอกฟัน มันก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการแปรงฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบคทีเรียในปากย่อยสลายน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจากอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานเข้าไป คราบพลัคเป็นสาเหตุหลักของทั้งฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ
คราบพลัค กำจัดยังไง
- คราบพลัคสามารถกำจัดออกได้ง่ายผ่านการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ถูกต้อง โดยต้องเน้นที่ความสม่ำเสมอและความทั่วถึง วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละสองครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และที่สำคัญคือ การใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน ทุกวัน เพื่อทำความสะอาดคราบพลัคที่ติดอยู่ในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
คราบพลัค กับ หินปูน ต่างกันยังไง
- ความแตกต่างหลักคือสถานะและความแข็ง คราบพลัคคือ แผ่นฟิล์มเหนียวนุ่มที่ยังไม่แข็งตัว ประกอบด้วยแบคทีเรีย ซึ่งสามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน แต่หากปล่อยคราบพลัคทิ้งไว้โดยไม่ทำความสะอาด แร่ธาตุในน้ำลายจะทำให้คราบพลัคแข็งตัวกลายเป็น คราบหินปูน (Calculus หรือ Tartar) ซึ่งเป็นคราบที่แข็งกระด้างมีสีเหลืองหรือน้ำตาล และ ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟัน ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออกเท่านั้น คราบหินปูนนั้นมีความอันตราย เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและสารพิษ ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบที่เหงือกอย่างต่อเนื่อง หากสะสมอยู่ใต้ขอบเหงือกนาน ๆ จะนำไปสู่โรคเหงือกอักเสบ และอาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์อักเสบที่รุนแรงกว่า ซึ่งจะทำลายกระดูกที่รองรับฟัน ส่งผลให้เหงือกร่น ฟันโยก และอาจทำให้ต้องสูญเสียฟันในที่สุด
คราบหินปูน กำจัดยังไง
- คราบหินปูนไม่สามารถหลุดออกได้ด้วยการแปรงฟันเองที่บ้าน แต่ต้องอาศัยการรักษาทางทันตกรรมเท่านั้น โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น เครื่องมือขูดหินปูนด้วยอัลตราโซนิก (Ultrasonic Scaler) หรือเครื่องมือขูดด้วยมือ ในการกำจัดคราบหินปูนที่เกาะอยู่บนผิวฟันและใต้เหงือก กระบวนการนี้เรียกว่า การขูดหินปูน (Scaling) และควรทำเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือตามคำแนะนำของทันตแพทย์
คราบหินปูนสีดำบนฟัน เกิดจากอะไร
- คราบหินปูนที่มีสีดำมักเกิดจากการสะสมของ คราบสี (Stain) ที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น การบริโภคเครื่องดื่มที่มีสีเข้มมาก เช่น กาแฟ ชา ไวน์แดง หรือเกิดจากการ สูบบุหรี่ ซึ่งจะทำให้คราบหินปูนที่เกาะอยู่มีสีเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการทำปฏิกิริยาของแบคทีเรียบางชนิดในปากกับธาตุเหล็ก (Iron) ในน้ำลาย ซึ่งทำให้เกิดคราบสีดำที่ทำความสะอาดออกได้ยาก
ทำไงให้คราบหินปูนหลุด
- คราบหินปูนที่แข็งตัวแล้ว ไม่สามารถหลุดออกเองได้ทั้งหมดจากการแปรงฟัน หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไปตามท้องตลาด การพยายามทำให้คราบหินปูนหลุดออกด้วยวิธีการรุนแรงเองที่บ้านอาจเป็นอันตรายต่อเคลือบฟันและเหงือก สิ่งเดียวที่จะทำให้คราบหินปูนหลุดออกได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพคือการไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการขูดหินปูน ซึ่งเป็นขั้นตอนเดียวที่สามารถกำจัดคราบแข็งที่เกาะติดแน่นนี้ได้
รักษาคราบพลัคและหินปูน ใช้เวลานานแค่ไหน
- การรักษาจะใช้เวลาแตกต่างกันไป โดย การกำจัดคราบพลัค นั้นเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่คุณต้องทำทุกวันตลอดชีวิตด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ส่วน การกำจัดคราบหินปูน (ขูดหินปูน) มักใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณหินปูน และหากเป็น โรคปริทันต์อักเสบ ที่รุนแรง อาจต้องใช้เวลาในการรักษาต่อเนื่อง เช่น การเกลารากฟัน ที่ต้องแบ่งการรักษาเป็นหลายครั้งและมีการติดตามผลเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

