แปรงฟันแล้วเลือดออก สาเหตุและวิธีการป้องกัน เลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ 

ธันวาคม 6, 2025
หญิงสาวนั่งที่คลินิกทันตกรรมกำลังพูดคุยกับทันตแพทย์

การแปรงฟันแล้วมีเลือดออก เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

เคยแปรงฟันแล้วเห็นเลือดติดแปรง หรือเลือดออกตามไรฟันบ่อย ๆ ไหม? แม้อาการเหล่านี้อาจดูไม่รุนแรง แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าเหงือกอาจกำลังมีปัญหา หากละเลย ปัญหานี้สามารถลุกลามจนเกิดโรคเหงือกขั้นรุนแรงได้ ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุหลักของการเลือดออกขณะทำความสะอาดฟัน พร้อมวิธีป้องกัน การดูแลเหงือก และแนวทางเมื่อควรปรึกษาทันตแพทย์

 

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหา แปรงฟันแล้วเลือดออก

ผู้หญิงสองคนกำลังแปรงฟัน

เหงือกอักเสบเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหงือก โดยมีสาเหตุมาจากคราบพลัคสะสม

เหงือกอักเสบ (Gingivitis)

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของการเลือดออกตามไรฟันคือ เหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของโรคเหงือก เหตุเกิดจากคราบพลัค (plaque) แผ่นเหนียวที่เกิดจากแบคทีเรียสะสมบนผิวฟันและแนวเหงือก หากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ คราบพลัคจะทำให้เหงือกระคายเคือง เกิดการอักเสบ บวม แดง และมีเลือดออกง่าย โดยเฉพาะเวลาที่แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน

สัญญาณเตือนของเหงือกอักเสบ:

  • เหงือกบวม แดง และไวต่อการสัมผัส
  • เลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
  • กลิ่นปากเล็กน้อยที่เกิดจากแบคทีเรีย

หากปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาไปสู่ โรคเหงือกระยะรุนแรง (Periodontitis) ซึ่งทำให้ฟันโยกและสูญเสียฟันได้

การแปรงฟันแรงเกินไป หรือใช้แปรงสีฟันไม่เหมาะสม

การออกแรงแปรงฟันมากเกินไปหรือใช้แปรงสีฟันขนแข็ง สามารถทำให้เหงือกบาดเจ็บหรือเกิดบาดแผลเล็ก ๆ ได้ การเลือกแปรงสีฟันที่ขนแปรงนุ่ม และใช้เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้อง จะช่วยลดแรงกดบนเหงือกและป้องกันการบาดเจ็บ

ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อเหงือก

นอกจากคราบพลัคและแรงแปรงฟัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ทำให้เลือดออกตามไรฟันได้ เช่น

ปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบต่อเหงือก
การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงโรคเหงือกและทำให้การรักษายากขึ้น
การขาดวิตามิน C ทำให้เหงือกอ่อนแอและเลือดออกง่าย
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาคุมกำเนิด เหงือกไวต่อการอักเสบมากขึ้น
โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลสูงทำให้ร่างกายต่อสู้แบคทีเรียได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงเหงือกติดเชื้อ

 

การดูแลเหงือกเพื่อป้องกันเลือดออก

แปรงสีฟันวางอยู่ใกล้อ่างล้างหน้า

แปรงสีฟันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

การเลือกแปรงฟันที่เหมาะสม

การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันอาการเลือดออกตามไรฟัน ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มเพื่อช่วยลดแรงเสียดสีและการระคายเคืองของเหงือก และเลือกหัวแปรงที่มีขนาดเล็กพอที่จะเข้าถึงฟันซี่ในสุดได้ เพื่อให้การทำความสะอาดทั่วถึงทุกซอกมุม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ฟันโยก เหงือกอักเสบ โรคเหงือก ลักปิดลักเปิด แปรงฟันแรงเกินไป

นอกจากนี้ ยังควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3–4 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน เพราะแปรงที่เสื่อมสภาพจะทำความสะอาดได้ไม่ดี และอาจทำร้ายเหงือกโดยไม่รู้ตัว

เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้อง

นอกจากการเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมแล้ว เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้อง ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในการป้องกันเลือดออกตามไรฟันและรักษาสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง

ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที โดยใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ วางแปรงทำมุมประมาณ 45 องศากับแนวเหงือก แล้วแปรงเบา ๆ เป็นวงกลมเล็ก ๆ เพื่อทำความสะอาดคราบพลัคและเศษอาหารให้ทั่วทุกซี่ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก นอกจากนี้ การใช้ ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ลดการสะสมของคราบพลัค และช่วยป้องกันเหงือกอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เลือดออกเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติหรือไม่

หากคุณเห็นเลือดเพียงเล็กน้อย หรือบางครั้งคราว หลังใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงฟันแรง นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติและมักเกิดจากการกระตุ้นเหงือกที่ยังอ่อนแอ

ในกรณีนี้สามารถลองปรับพฤติกรรม อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เช่น ลองใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม แปรงฟันเบา ๆ เป็นวงกลม ใช้ไหมขัดฟันอย่างระมัดระวัง ปกติอาการเลือดออกเล็กน้อยจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 1–2 สัปดาห์ หากหายไปแสดงว่าเหงือกกำลังปรับตัวดี

 

สัญญาณที่ควรให้ความสนใจ เมื่อใดควรปรึกษาทันตแพทย์ที่ dental clinic

คลินิกฟอกสีฟัน The Smile Bar

คลินิกฟอกสีฟัน The Smile Bar

หากคุณมีอาการแปรงฟันแล้วเลือดออกเป็นประจำ แม้ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม หรือพยายามแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้วก็ตาม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเหงือกของคุณกำลังมีปัญหาที่ลึกกว่านั้น ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและรับการรักษาที่เหมาะสม

อาการเลือดออกตามไรฟันที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจบ่งบอกถึง โรคเหงือกขั้นรุนแรง และหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

  • เหงือกบวมแดง
  • มีหนองออกจากเหงือก
  • หรือมีกลิ่นปากรุนแรง

นั่นคือสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนในช่องปากที่ต้องได้รับการดูแลโดยทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด

 

การรักษาโรคเหงือกโดยมืออาชีพ

หากคุณมีอาการ แปรงฟันแล้วเลือดออกอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดีแล้วก็ตาม ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างมืออาชีพ ทันตแพทย์อาจทำการขูดหินปูนและเกลารากฟัน (Scaling & Root Planing) เพื่อกำจัดคราบพลัคและหินปูนที่สะสมอยู่ลึกใต้แนวเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเหงือกอักเสบ

ในบางกรณี อาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เพื่อควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรีย และหากโรคเหงือกรุนแรงจนทำให้ฟันโยกหรือสูญเสียกระดูกรองรับฟัน ทันตแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดรักษาเหงือก (Periodontal Surgery) เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อและกระดูกที่เสียหาย

📌 นี่คือจุดสำคัญ! การฟอกฟันขาวจะได้ผลชัดเจนและปลอดภัยที่สุดเมื่อฟันและเหงือกสะอาดแข็งแรง
หากเหงือกอักเสบหรือมีคราบพลัคสะสม การฟอกฟันขาวอาจทำให้ระคายเคืองหรือเกิดอาการไม่สบายได้ ดังนั้น การตรวจสุขภาพช่องปากและทำความสะอาดฟันอย่างมืออาชีพก่อนฟอกฟัน จะช่วยให้คุณได้ทั้ง รอยยิ้มขาวสดใสและเหงือกสุขภาพดี ไปพร้อมกัน

👉🏼 จองคิวฟอกฟันขาวกับ The Smile Bar เพื่อปรึกษากับทีมผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเตรียมฟันและเหงือกให้พร้อมก่อนฟอกสีฟัน และคงรอยยิ้มสวยพร้อมสุขภาพช่องปากแข็งแรง!

ผู้หญิงยิ้มสวยนั่งบนเก้าอี้สีแดง

คลินิก The Smile Bar คลินิกฟอกสีฟันมาตรฐานสากล

 

สรุป

เลือดออกขณะแปรงฟันเป็นสัญญาณสำคัญของสุขภาพเหงือกที่ควรใส่ใจ แม้บางครั้งเลือดออกเล็กน้อยอาจเกิดจากเหงือกอ่อนแอ แต่หากมีอาการบ่อย หรือมีเหงือกบวมแดง หนองออก หรือกลิ่นปากรุนแรง ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

การดูแลเหงือกให้แข็งแรงเริ่มจากการดูแลช่องปากอย่างถูกต้องและทั่วถึง รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีเพียงพอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ จะช่วยลดโอกาสเหงือกอักเสบและเลือดออกตามไรฟัน

 

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมแปรงฟันเลือดออก

สาเหตุหลักมาจากเหงือกอักเสบ (Gingivitis) ซึ่งเกิดจากคราบพลัคสะสมตามแนวเหงือก ทำให้เหงือกระคายเคืองและมีเลือดออกง่าย นอกจากนี้ยังเกิดจาก:

  • แปรงฟันแรงเกินไป
  • ใช้แปรงสีฟันแข็งหรือเก่า
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (ตั้งครรภ์, ยาคุมกำเนิด)
  • โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน

แปรงฟันแล้วเลือดออก ขาดวิตามินอะไร

  • เลือดออกตามไรฟันอาจเกี่ยวข้องกับ การขาดวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและบำรุงเหงือก การขาดวิตามินเคหรือวิตามิน B บางชนิดก็อาจส่งผลให้เลือดออกง่ายเช่นกัน

ทำไมเหงือกถึงบวมและเลือดออกแม้จะแปรงฟันทุกวัน

  • การแปรงฟันทุกวันเป็นสิ่งดี แต่หากไม่แปรงถูกวิธีหรือมีคราบพลัคสะสมลึกตามแนวเหงือก เหงือกอาจอักเสบและบวม ทำให้เลือดออกได้ง่าย การใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบาๆ และใช้ไหมขัดฟันช่วยลดคราบได้ชัดเจน หากอาการไม่ดีขึ้นควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาโรคเหงือก

เลือดออกตอนแปรงฟัน อาจบ่งบอกถึงโรคอื่นๆ ได้หรือไม่

  • เลือดออกขณะแปรงฟันอาจเป็นสัญญาณโรคเหงือก เช่น เหงือกอักเสบหรือเหงือกรำมะนาด นอกจากนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคระบบร่างกาย เช่น โรคเลือดผิดปกติหรือเบาหวาน ดังนั้นควรตรวจสุขภาพช่องปากและปรึกษาทันตแพทย์

การใช้ยาสีฟันชนิดใดช่วยลดเลือดออกตามไรฟันได้

ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์และสารลดคราบพลัคสามารถช่วยป้องกันเหงือกอักเสบและลดเลือดออกได้ นอกจากนี้บางสูตรมีสารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเหงือก แต่การใช้ยาสีฟันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรแปรงฟันถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

ปวดฟัน ฟันโยก ทำไงดี

  • อาการฟันโยกหรือปวดฟันอาจเกิดจากโรคเหงือกขั้นรุนแรง (Periodontitis) ฟันผุลึก หรือการติดเชื้อในรากฟันแนวทางการดูแลคือให้รีบทันตแพทย์เพื่อตรวจและรักษา รักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวที่กระทบฟันโยก

จะรู้ได้ไงว่าฟันผุทะลุโพรงประสาท

  • ฟันผุลึกมักมีอาการปวดรุนแรงและต่อเนื่อง ฟันไวต่อร้อน/เย็น หรือปวดเวลาเคี้ยว อาจมีเหงือกบวมรอบฟัน ฝี หรือสีฟันคล้ำ การวินิจฉัยแน่นอนต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและเอ็กซเรย์ ซึ่งอาจต้องรักษารากฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อและฟันเสียหายรุนแรง

โรคเหงือกรำมะนาดรักษายังไง

  • โรคเหงือกรำมะนาดหรือปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรง รักษาได้ด้วยการเริ่มจากขูดหินปูนและทำความสะอาดรากฟัน (Scaling & Root Planing) เพื่อลดแบคทีเรีย บางครั้งอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากโรคลุกลามทำลายเนื้อเยื่อและกระดูก อาจต้องผ่าตัดรักษาเหงือก การดูแลช่องปากอย่างเคร่งครัด เช่น แปรงฟันถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปาก จะช่วยควบคุมโรคและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

อ่านเพิ่มเติม

ขาวขึ้นจาก2 ถึง9เฉด ใช้เวลาเริ่มต้นเพียง 20 นาที

คุณพร้อมรับรอยยิ้มที่สดใสหรือยัง?