ฟอกสีฟัน Cool Light คือการฟอกสีฟันแบบมืออาชีพที่ทาเจลฟอกสีฟันบนผิวฟัน แล้วใช้แสง LED ช่วยกระตุ้นให้เจลทำงาน แสงที่ใช้ไม่ใช่เลเซอร์และไม่มีรังสี UV บทความนี้อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร ต่างจาก Zoom เลเซอร์ Pola และชุดฟอกสีฟันที่บ้านตรงไหน รวมถึงเรื่องความปลอดภัย อาการเสียวฟัน ผลลัพธ์ เวลาที่ใช้ และการดูแลหลังฟอกสีฟัน
ฟอกสีฟัน Cool Light LED คืออะไร?
Cool Light คือชื่อที่คนไทยนิยมใช้เรียกการฟอกสีฟันด้วยแสง LED การฟอกสีฟันแบบนี้มีส่วนประกอบหลัก 2 อย่าง:
- เจลฟอกสีฟัน ที่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ฟันขาวขึ้นจริง
- โคมไฟ LED ที่ฉายแสงไปที่ผิวฟันเพื่อช่วยกระตุ้นเจลระหว่างการฟอก
ในภาษาอังกฤษเรียกว่า tooth whitening หรือ tooth bleaching เหมาะกับคนที่มีฟันเหลืองหรือสีฟันไม่สม่ำเสมอจากชา กาแฟ ไวน์แดง บุหรี่ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น
ฟอกสีฟันด้วยแสง LED ทำงานอย่างไร?
เปอร์ออกไซด์ในเจลจะซึมเข้าไปในผิวฟัน แล้วสลายโมเลกุลของคราบสีให้เล็กลง สีของคราบจึงจางลงและฟันดูขาวขึ้น แสง LED ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นเจลในขณะที่เจลอยู่บนผิวฟัน
ที่ The Smile Bar เราใช้อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ดังนี้:
- โคมไฟ LED Plasma ที่ไม่มีรังสี UV ผลิตในยุโรป
- เจลฟอกสีฟัน Brilliant Smile จากสวีเดน สูตรน้ำ ค่า pH เป็นกลาง มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ความเข้มข้นต่ำ
- ฉายแสงรอบละ 20 นาที เลือกได้ 1, 2 หรือ 3 รอบ
Cool Light, Zoom, เลเซอร์, Pola และชุดฟอกสีฟันที่บ้าน ต่างกันอย่างไร?
ทุกวิธีใช้สารเปอร์ออกไซด์เป็นตัวฟอกสีฟันเหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันคือความเข้มข้นของเจล แหล่งแสงที่ใช้ (หรือไม่ใช้แสงเลย) ระยะเวลา และสถานที่ทำ
| วิธีฟอกสีฟัน | ตัวช่วยกระตุ้น | เจลฟอกสีฟัน | เวลาที่ใช้ | ทำที่ไหน |
|---|---|---|---|---|
| Cool Light LED (ระบบที่ The Smile Bar ใช้) | แสง LED ไม่มีรังสี UV | ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ความเข้มข้นต่ำ (Brilliant Smile) | รอบละ 20 นาที 1 ถึง 3 รอบ | สตูดิโอหรือคลินิกฟอกสีฟัน |
| Zoom (Philips) | โคมไฟ LED แสงสีน้ำเงินของ Philips | ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 25% (Zoom WhiteSpeed) | รอบละ 15 นาที 3 ถึง 4 รอบ ในนัดเดียว | คลินิกทำฟัน |
| เลเซอร์ | แสงเลเซอร์ | แล้วแต่ระบบที่คลินิกใช้ | แล้วแต่ระบบที่คลินิกใช้ | คลินิกทำฟัน |
| Pola Office+ (SDI) | ไม่จำเป็นต้องใช้แสง | ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 37.5% | ทาเจล 3 ครั้ง ครั้งละ 8 นาที | คลินิกทำฟัน |
| ชุดฟอกสีฟันที่บ้าน | ไม่มี | ความเข้มข้นต่ำกว่าแบบมืออาชีพ | ใช้ต่อเนื่องหลายวัน | ทำเองที่บ้าน |
The Smile Bar ฟอกสีฟันด้วยระบบ LED เท่านั้น เราไม่มีบริการ Zoom เลเซอร์ หรือ Pola ข้อมูลของแต่ละระบบในตารางมาจากผู้ผลิต
ฟอกสีฟัน Zoom กับ Cool Light ต่างกันยังไง?
Zoom เป็นชื่อแบรนด์ระบบฟอกสีฟันของ Philips ซึ่งใช้แสง LED เหมือนกัน แต่ต้องใช้โคมไฟและเจลของ Philips โดยเฉพาะ เจลรุ่น WhiteSpeed มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 25% และทำในคลินิกทำฟัน ส่วน Cool Light เป็นชื่อเรียกทั่วไปของการฟอกสีฟันด้วยแสง LED ซึ่งแต่ละที่อาจใช้โคมไฟและเจลต่างยี่ห้อกัน
ความแตกต่างหลักจึงอยู่ที่ความเข้มข้นของเจลและระบบที่ใช้ ไม่ใช่หลักการ อ่านข้อดีข้อเสียของ Zoom แบบละเอียดได้ในบทความ ฟอกสีฟัน Zoom คืออะไร
ฟอกสีฟัน Cool Light ใช่เลเซอร์ไหม?
ไม่ใช่ Cool Light ใช้แสง LED ส่วนการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์ใช้เครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์คนละชนิดกัน งานวิจัยแบบรวบรวมหลักฐาน (umbrella review) ที่ตีพิมพ์ในปี 2026 พบว่าการใช้เลเซอร์ช่วยกระตุ้นไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายขาวขึ้นกว่าวิธีอื่นอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเจล ระยะเวลาฟอก และชนิดของคราบมากกว่า
ฟอกสีฟัน Pola คืออะไร?
Pola Office+ เป็นระบบฟอกสีฟันในคลินิกของบริษัท SDI จากออสเตรเลีย ใช้เจลไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 37.5% ที่มีโพแทสเซียมไนเตรตช่วยลดอาการเสียวฟัน ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แสง แต่ใช้เจลที่เข้มข้นกว่าเจลที่ The Smile Bar ใช้หลายเท่า
ชุดฟอกสีฟันที่บ้านต่างจากการฟอกแบบ Cool Light อย่างไร?
ชุดฟอกสีฟันที่บ้าน เช่น แผ่นแปะหรือถาดใส่เจล ใช้เจลที่เข้มข้นต่ำกว่า จึงต้องใช้ต่อเนื่องหลายวันกว่าจะเห็นผล ไม่มีการวัดระดับสีฟันก่อนและหลัง และถ้าใช้ไม่ถูกวิธี เจลอาจโดนเหงือกจนระคายเคืองได้ ข้อดีคือราคาต่ำกว่าและทำเองได้ ถ้าสนใจวิธีดูแลฟันให้ขาวด้วยตัวเอง อ่านต่อได้ที่ วิธีฟอกฟันขาวง่ายๆ ที่บ้าน
ฟอกสีฟัน Cool Light ดีไหม? ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
- เห็นผลได้ในการนัดครั้งเดียว ไม่ต้องใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- มีการตรวจช่องปากและวัดระดับสีฟันก่อนและหลังฟอก
- ใช้เจลความเข้มข้นต่ำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดโอกาสเสียวฟัน
- แสง LED ไม่มีรังสี UV
ข้อจำกัด
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร คราบใหม่กลับมาได้ตามพฤติกรรมการกินดื่ม
- ฟอกสีได้เฉพาะฟันธรรมชาติ ไม่มีผลกับครอบฟัน วีเนียร์ หรือวัสดุอุดฟัน
- ฟันสีเหลืองมักตอบสนองดี ส่วนฟันสีน้ำตาลหรือสีเทาอาจขาวขึ้นน้อยกว่า
- บางคนอาจเสียวฟันชั่วคราวหลังฟอก
- ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มสีเข้ม 72 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ทำ Nano Protection
ฟอกสีฟัน Cool Light ปลอดภัยไหม เสียวฟันไหม?
การฟอกสีฟันทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและตรวจฟันก่อนทำ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการเสียวฟัน ซึ่งเกิดจากเปอร์ออกไซด์ซึมผ่านเคลือบฟันไปถึงชั้นเนื้อฟัน ในกรณีส่วนใหญ่อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว บางคนอาจมีเหงือกระคายเคืองชั่วคราวได้เช่นกัน
สิ่งที่ The Smile Bar ทำเพื่อลดความเสี่ยง:
- ตรวจก่อนฟอกทุกครั้ง: ทุกแพ็กเกจเริ่มจากการตรวจช่องปากและวัดระดับสีฟันเริ่มต้น
- เจลอ่อนโยน: สูตรน้ำ ค่า pH เป็นกลาง ความเข้มข้นต่ำ
- แสง LED ไม่มี UV และฉายแสงรอบละ 20 นาที
ถ้าฟันของคุณเสียวง่ายอยู่แล้ว แจ้งทีมงานก่อนเริ่มฟอก และถ้ามีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือปวดฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์ให้เรียบร้อยก่อนฟอกสีฟัน
ไม่แนะนำให้ฟอกสีฟัน สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่ใส่เครื่องมือจัดฟัน และผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
ฟอกสีฟัน Cool Light ขาวขึ้นกี่เฉด อยู่ได้นานไหม?
ที่ The Smile Bar ฟันจะขาวขึ้นประมาณ 2 ถึง 9 เฉด เฉลี่ย 5 เฉด ขึ้นอยู่กับชนิดของคราบบนฟัน เราวัดระดับสีฟันด้วยแผ่นเทียบสีเดียวกันทั้งก่อนและหลังฟอก คุณจึงเห็นความต่างได้ชัดเจน
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเป็นหลัก ชา กาแฟ ไวน์แดง และบุหรี่ ทำให้คราบกลับมาเร็วขึ้น ทุกแพ็กเกจมียาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากไวท์เทนนิ่ง Brilliant Smile ให้นำกลับบ้าน ทั้งสองตัวไม่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และไม่ขัดผิวฟัน วิธีใช้คือบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก 10 มล. ก่อน แล้วจึงแปรงฟัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ฟอกสีฟันอยู่ได้นานแค่ไหน
ฟอกสีฟัน Cool Light ใช้เวลากี่นาที?
ฉายแสง LED รอบละ 20 นาที เมื่อรวมขั้นตอนเตรียมฟันแล้ว ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับ 1 รอบ 60 นาทีสำหรับ 2 รอบ และ 90 นาทีสำหรับ 3 รอบ ทั้งหมดจบในการนัดครั้งเดียว
ขั้นตอนฟอกสีฟันด้วยแสง LED ที่ The Smile Bar
- อธิบายและตรวจฟัน ทีมงานอธิบายขั้นตอน ตรวจช่องปาก และบันทึกระดับสีฟันเริ่มต้นด้วยแผ่นเทียบสี
- เตรียมผิวฟัน บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากไวท์เทนนิ่ง แล้วแปรงฟันด้วยยาสีฟันไวท์เทนนิ่ง
- ฟอกสีฟัน ทาเจลบนผิวฟันแล้วฉายแสง LED รอบละ 20 นาที ตามจำนวนรอบในแพ็กเกจ
- วัดผลและแนะนำการดูแล เทียบระดับสีฟันหลังฟอกกับแผ่นเทียบสีเดิม รับคำแนะนำการดูแล พร้อมยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากกลับบ้าน
แพ็กเกจมีให้เลือก 1, 2 และ 3 รอบ เริ่มต้นที่ 2,399 บาท และเปลี่ยนแพ็กเกจได้ในวันที่มาทำ ดูรายละเอียดราคาฟอกสีฟันทุกแพ็กเกจ
หลังฟอกสีฟันต้องงดอะไร? กฎ 72 ชั่วโมง และ Nano Protection
ใน 72 ชั่วโมง แรกหลังฟอก ฟันจะติดคราบสีได้ง่ายกว่าปกติ ถ้าไม่ได้เคลือบ Nano Protection ควรงด:
- กาแฟ ชา ไวน์แดง และน้ำอัดลมสีเข้ม
- อาหารสีเข้มหรือเปรี้ยวจัด เช่น ช็อกโกแลต เนื้อแดง ซีอิ๊ว ซอสพริก มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลส้ม และน้ำส้มสายชู
- การสูบบุหรี่
Nano Protection คือวาร์นิชเคลือบฟันสูตรฟลูออไรด์ 3 ชนิด ทาหลังฟอกสีฟันเสร็จ ช่วยปกป้องผลลัพธ์ ช่วยคืนแร่ธาตุให้ผิวฟัน และทำให้กินดื่มได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องรอ 72 ชั่วโมง
ฟอกสีฟัน Cool Light ที่ The Smile Bar
The Smile Bar เป็นสตูดิโอที่ให้บริการฟอกสีฟันเพียงอย่างเดียว ตั้งอยู่ชั้นล่าง ซอยสยามสแควร์ 5 ใกล้ BTS สยาม เปิดทุกวัน 10.00 ถึง 20.00 น. ถ้ากำลังมองหาที่ฟอกสีฟัน กรุงเทพ ดูรายละเอียดบริการได้ที่หน้าหลัก หรือจองคิวฟอกสีฟันออนไลน์ ถ้ามีคิวว่างก็สามารถ walk-in ได้ มีคำถามอื่นดูได้ที่หน้าคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน Cool Light
ฟอกสีฟัน Cool Light ดีไหม?
ดีสำหรับคนที่อยากเห็นผลในการนัดครั้งเดียวด้วยเจลความเข้มข้นต่ำ ที่ The Smile Bar ฟันขาวขึ้น 2 ถึง 9 เฉด เฉลี่ย 5 เฉด ข้อจำกัดคือผลลัพธ์ไม่ถาวร ไม่มีผลกับครอบฟันหรือวัสดุอุดฟัน และบางคนอาจเสียวฟันชั่วคราว
ฟอกสีฟัน Zoom กับ Cool Light ต่างกันยังไง?
ทั้งสองแบบใช้เจลเปอร์ออกไซด์คู่กับแสง LED เหมือนกัน Zoom เป็นระบบเฉพาะของ Philips ที่ใช้เจลไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 25% ในคลินิกทำฟัน ส่วน Cool Light เป็นชื่อเรียกทั่วไปของการฟอกด้วยแสง LED ซึ่งที่ The Smile Bar ใช้เจลความเข้มข้นต่ำ รอบละ 20 นาที
ฟอกสีฟัน Cool Light เป็นเลเซอร์หรือเปล่า?
ไม่ใช่ Cool Light ใช้โคมไฟ LED ไม่ใช่เครื่องเลเซอร์ และแสง LED ที่ The Smile Bar ใช้ไม่มีรังสี UV
ฟอกสีฟัน Cool Light อยู่ได้นานไหม?
ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม ถ้าดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ คราบจะกลับมาเร็วขึ้น การงดอาหารสีเข้ม 72 ชั่วโมงหลังฟอก (หรือเคลือบ Nano Protection) และใช้ยาสีฟันกับน้ำยาบ้วนปากไวท์เทนนิ่งที่ไม่มีเปอร์ออกไซด์ ช่วยให้ฟันขาวอยู่ได้นานขึ้น
ฟอกสีฟันใช้เวลากี่นาที?
ที่ The Smile Bar ฉายแสงรอบละ 20 นาที รวมขั้นตอนเตรียมฟันแล้วใช้เวลาประมาณ 30 นาที (1 รอบ) 60 นาที (2 รอบ) หรือ 90 นาที (3 รอบ)
ฟอกสีฟันทำให้เสียวฟันหรือเนื้อฟันบางลงไหม?
อาจเสียวฟันได้ชั่วคราวในบางคน เพราะเปอร์ออกไซด์ซึมผ่านเคลือบฟันไปถึงชั้นเนื้อฟัน การฟอกสีฟันไม่ได้ขัดหรือกรอเนื้อฟันออก แต่ไม่ควรฟอกบ่อยเกินไป และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระบุความเข้มข้นของสารฟอกสีฟัน



